บึงกาฬเป็นจังหวัดริมแม่น้ำโขงที่คนมาเพื่อภูทอกและหินสามวาฬ ลานกางเต็นท์ในระบบมี 4 แห่ง ทุกแห่งอยู่ริมน้ำ ทั้งริมโขงในตัวเมือง ริมบึงโขงหลง และริมแม่น้ำที่มองเห็นภูทอก
ค่าลาน 100–200 บาทต่อคนต่อคืน ทุกแห่งมีห้องน้ำ ที่อาบน้ำ และน้ำใช้ สามในสี่มีไฟฟ้า แต่ไม่มีลานไหนในระบบที่มีอุปกรณ์ให้เช่า ต้องนำเต็นท์ไปเอง
นับจากจุดกางเต็นท์ 4 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้
ลานริมโขงมีสองแห่ง แห่งหนึ่งอยู่ในตัวเมืองบึงกาฬ เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้ร้านค้า อีกแห่งเป็นคาเฟ่ริมน้ำที่เงียบและลมพัดตลอดวัน บึงโขงหลงเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีลานที่มีทั้งกระโจมและพื้นที่กางเต็นท์ ตกปลาและนั่งเรือได้ ส่วนลานริมแม่น้ำข้างสวนทุเรียนเป็นจุดที่มองเห็นภูทอกและวัดบนเขาได้ชัด ลงเล่นน้ำและดูพระอาทิตย์ขึ้นได้
พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศเย็นและฟ้าใส เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดกับการขึ้นหินสามวาฬตอนเช้าแล้วกลับมานอนลานริมน้ำ หน้าฝนแม่น้ำโขงน้ำขึ้นสูงและสีขุ่น บรรยากาศเขียวแต่ฝนชุก หน้าร้อนริมโขงยังมีลม แต่กลางวันร้อนจัด ควรเลือกลานที่มีร่มไม้
บึงกาฬอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ กว่า 700 กิโลเมตร และไม่มีสนามบินของตัวเอง คนส่วนใหญ่บินลงอุดรธานีหรือสกลนครแล้วขับต่อ ลานในจังหวัดมีจำนวนน้อย ช่วงวันหยุดยาวหน้าหนาวควรติดต่อจองก่อน ครึ่งหนึ่งของลานมีร้านอาหาร และเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ให้เช่า ควรเตรียมของมาให้ครบตั้งแต่ต้นทาง
100–200 บาทต่อคนต่อคืน
ไม่มีในลานที่อยู่ในระบบของเรา ต้องนำเต็นท์และเครื่องนอนไปเอง บางแห่งมีกระโจมพร้อมพักเป็นอีกทางเลือก
มีลานหนึ่งแห่งที่มองเห็นภูทอกจากลาน ส่วนแห่งอื่นต้องขับรถต่อ ควรวางแผนเที่ยวช่วงเช้าแล้วเข้าลานตอนบ่าย