ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดยาวเลียบอ่าวไทยกว่าสองร้อยกิโลเมตร ลานกางเต็นท์จึงเป็นชายหาดเป็นหลัก จาก 16 แห่งในระบบมี 9 แห่งที่อยู่ติดทะเล หลายแห่งเป็นลานใต้ร่มสนของอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน ส่วนที่เหลืออยู่ด้านในฝั่งภูเขา แถบป่าละอูและกุยบุรี
เป็นจังหวัดที่กางเต็นท์ริมทะเลได้ในราคาถูกที่สุดแห่งหนึ่ง ลานของรัฐเก็บราว 30 บาทต่อคน ลานเอกชนส่วนใหญ่ 130–300 บาทต่อคนต่อคืน ทุกแห่งมีห้องน้ำ สามในสี่มีไฟฟ้า และครึ่งหนึ่งมีอุปกรณ์ให้เช่า
นับจากจุดกางเต็นท์ 16 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้



โดนใจนักแคมป์











ทางเหนือมีวนอุทยานปราณบุรีที่ห่างจากหัวหินสิบกว่ากิโลเมตร และหาดสามพระยาในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ลานใต้ต้นสนริมหาดที่เงียบ รอบตัวเมืองประจวบฯ มีลานที่หว้ากอ และคาเฟ่ริมทะเลที่อ่าวน้อย ห่างเมืองเพียงสิบนาที ลงใต้ไปทับสะแกคืออุทยานแห่งชาติหาดวนกร ส่วนฝั่งในมีลานน้ำตกป่าละอูในเขตอำเภอหัวหิน ฟาร์มและลานริมลำธารที่ลงเล่นน้ำได้ และอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่คนมาเพื่อดูช้างป่า
ธันวาคมถึงพฤษภาคมคือช่วงที่ดีที่สุดสำหรับลานริมทะเล ฟ้าใสและฝนน้อย ต้นปีลมทะเลเย็นสบายแต่บางวันลมแรง ฝนของที่นี่หนักที่สุดช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน ทะเลมีคลื่นและลานริมหาดเปียกแฉะ น้ำตกป่าละอูน้ำมากช่วงปลายฝน ส่วนการดูช้างป่าที่กุยบุรีไปได้ตลอดปี โดยช้างมักออกมาช่วงบ่ายแก่
ลานริมหาดของอุทยานมีร่มสนแต่รับลมทะเลเต็มที่ ควรมีสมอทรายและเชือกยึดเพิ่ม มีที่อาบน้ำเพียงราวเจ็ดในสิบของลาน ถ้าจะลงทะเลควรถามเรื่องห้องอาบน้ำก่อน ไม่มีลานไหนในระบบที่ระบุว่ารับสัตว์เลี้ยง เพราะจังหวัดยาวมาก ลานทางเหนือกับทางใต้ห่างกันเป็นร้อยกิโลเมตร ควรเลือกโซนให้ชัดก่อนออกเดินทาง
ลานของอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานราว 30 บาทต่อคน ลานเอกชน 130–300 บาทต่อคนต่อคืน
มี วนอุทยานปราณบุรีอยู่ห่างจากหัวหินสิบกว่ากิโลเมตร และถัดลงไปมีหาดสามพระยาในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
ได้ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีพื้นที่กางเต็นท์ และการเข้าไปดูช้างต้องนั่งรถนำชมที่จัดไว้พร้อมผู้นำทาง