ขอนแก่นมีสองภาพที่ต่างกันสุดขั้ว ฝั่งตะวันตกคือภูผาม่าน หน้าผาหินปูนตั้งชันเหนือทุ่งนา ที่คนเรียกกันว่ากุ้ยหลินเมืองไทย อีกฝั่งคือเขื่อนอุบลรัตน์ ลานหญ้าริมน้ำสำหรับนั่งดูพระอาทิตย์ตก ลานในระบบมี 14 แห่ง ราวสองในสามเป็นจุดชมวิว
ค่าลานถูกกว่าหลายจังหวัด อุทยานแห่งชาติ 30 บาทต่อคน ลานเอกชนส่วนใหญ่ 50–150 บาทต่อคนต่อคืน เจ็ดในสิบมีไฟฟ้าและที่อาบน้ำ และราวสองในสามมีอุปกรณ์ให้เช่า
นับจากจุดกางเต็นท์ 14 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้














ภูผาม่านมีลานของอุทยานแห่งชาติและลานเอกชนหลายแห่งใต้แนวผา บางแห่งมองเห็นฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำตอนเย็น บางแห่งมีบ้านไม้ไผ่ให้พักหรือกิจกรรมอย่างรถเอทีวี และมีที่พักริมอ่างเก็บน้ำห้วยม่วงที่พายเรือได้ ฝั่งเขื่อนอุบลรัตน์มีลานนับดาวของอุทยานแห่งชาติน้ำพอง กับลานเอกชนริมเขื่อนที่จอดรถข้างเต็นท์ได้ ภูเวียงมีลานตาดฟ้าในอุทยานแห่งชาติ และถ้าไม่อยากขับไกล มีลานในตัวเมืองและลานวิวทุ่งนาห่างเมืองราว 20 นาที
ภูผาม่านสวยที่สุดช่วงปลายฝนถึงหน้าหนาว ราวตุลาคมถึงมกราคม นาข้าวเขียวตัดกับผาหิน และมีสายหมอกตอนเช้า ค้างคาวบินออกจากถ้ำทุกเย็นตลอดปี ลานริมเขื่อนอุบลรัตน์เหมาะกับหน้าหนาวที่ลมเย็นและฟ้าใส หน้าร้อนขอนแก่นร้อนจัด ถ้าไปควรเลือกลานริมน้ำที่มีร่มไม้
ภูผาม่านอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นกว่าร้อยกิโลเมตร ใกล้เขตเพชรบูรณ์และเลยมากกว่า ควรนับเป็นทริปแยกจากตัวเมือง ลานใต้ผาหินปูนกลางคืนเย็นกว่าที่คิดในหน้าหนาว ส่วนลานริมเขื่อนลมแรง ควรตอกสมอให้แน่น ขอนแก่นมีสนามบินและรถไฟ จึงมาโดยไม่ขับรถได้ และหาอุปกรณ์เช่าในลานได้ไม่ยาก
อุทยานแห่งชาติ 30 บาทต่อคน ลานเอกชนส่วนใหญ่ 50–150 บาทต่อคนต่อคืน
ได้ ราวสองในสามของลานมีเต็นท์หรืออุปกรณ์ให้เช่า บางแห่งมีบ้านพักด้วย
ทุกเย็นช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก ฝูงค้างคาวจะบินออกจากถ้ำเป็นสายยาว ดูได้ตลอดปี