ลพบุรีมีลานในระบบ 6 แห่ง แต่หลากหลายเกินจำนวน มีทั้งลานริมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลานบนหน้าผาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา น้ำตกสีฟ้าที่สวนรุกขชาติวังก้านเหลือง และลานริมอ่างเก็บน้ำใกล้ตัวเมือง
ค่าลานอยู่ที่ 30–200 บาทต่อคนต่อคืน พื้นที่ของรัฐเก็บ 30 บาท ลานเอกชนราว 100–200 บาท ทุกแห่งมีห้องน้ำ แปดในสิบมีที่อาบน้ำ แต่มีไฟฟ้าเพียงหนึ่งในสาม
นับจากจุดกางเต็นท์ 6 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้
โดนใจนักแคมป์




เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีลานของเขื่อนเองและลานเอกชนริมทะเลสาบที่คนเรียกว่านิวซีแลนด์เมืองไทย ทุ่งหญ้าเขียวริมน้ำ ปั่นจักรยานและดูนกได้ ผาส่งตะวันที่อำเภอลำสนธิเป็นลานบนหน้าผาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา สำหรับดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือหุบเขา วังก้านเหลืองเป็นน้ำตกหินปูนที่น้ำเป็นสีฟ้าใส กางเต็นท์แล้วลงเล่นน้ำได้ ส่วนใกล้ตัวเมืองมีลานริมอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก
พฤศจิกายนถึงมกราคมเป็นฤดูของลพบุรี ทุ่งทานตะวันรอบเขื่อนป่าสักบาน อากาศเย็น และฟ้าเปิด เป็นช่วงที่ผาส่งตะวันมีโอกาสเห็นหมอกในหุบเขาด้วย น้ำตกวังก้านเหลืองมีน้ำเกือบทั้งปีเพราะเป็นน้ำจากตาน้ำ จึงไปหน้าแล้งได้ หน้าร้อนลพบุรีร้อนจัดและแห้ง ลานริมน้ำจะสบายกว่าลานบนผา
ลานในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ต้องทำตามกฎของเจ้าหน้าที่ และควรติดต่อล่วงหน้า ลานส่วนใหญ่ไม่มีไฟฟ้าและมีร้านอาหารเพียงแห่งเดียวจากหกแห่ง ควรเตรียมไฟส่องสว่างและอาหารไปเอง ครึ่งหนึ่งของลานมีอุปกรณ์ให้เช่า ลพบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราวสองถึงสามชั่วโมง ขึ้นกับโซนที่ไป
พื้นที่ของรัฐราว 30 บาทต่อคน ลานเอกชนราว 100–200 บาทต่อคนต่อคืน
ราวพฤศจิกายนถึงมกราคม แต่ละทุ่งบานไม่พร้อมกัน ควรเช็กก่อนไป
มี สวนรุกขชาติวังก้านเหลืองกางเต็นท์ใกล้น้ำตกและลงเล่นน้ำได้ และลานริมทะเลสาบเขื่อนป่าสักบางแห่งก็เล่นน้ำได้