ชุมพรคือประตูสู่ภาคใต้ที่มีชายฝั่งอ่าวไทยยาวกว่าสองร้อยกิโลเมตร จาก 13 แห่งในระบบมี 10 แห่งที่อยู่ติดทะเล และเพราะชายฝั่งหันไปทางตะวันออก ลานเกือบครึ่งจึงชมพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลได้ หลายแห่งตั้งอยู่บนหน้าผาดินแดงเหนืออ่าว มองเห็นแสงไฟเขียวของเรือประมงยามค่ำ
ราคาเป็นมิตร ลานของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรเก็บราว 30 บาทต่อคน ลานเอกชนส่วนใหญ่ 100–150 บาทต่อคนต่อคืน เกือบทุกแห่งมีห้องน้ำ แต่มีที่อาบน้ำเพียงราวครึ่งเดียว ไฟฟ้าราวเจ็ดในสิบ และเกือบครึ่งมีร้านอาหารในลาน
นับจากจุดกางเต็นท์ 13 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้













ทางเหนือที่อำเภอปะทิวเป็นแนวหาดเงียบ มีลานของโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ลานที่หาดสะพลีใกล้หาดทุ่งวัวแล่น และจุดกางเต็นท์ที่หาดทุ่งยาง ใกล้ปากน้ำชุมพรมีกลุ่มลานบนผาแดง หน้าผาดินสีแดงที่มองลงไปเห็นอ่าวไทย ถัดไปคืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ที่มีเส้นทางป่าชายเลน สะพานแขวน และเกาะกุลาสำหรับคนอยากนอนบนเกาะ ฝั่งภูเขามีดอยตาปังที่สวี จุดชมทะเลหมอกรอบทิศกลางเขาหินปูน และลานริมลำธารในป่าพะโต๊ะ
กุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่ทะเลชุมพรเรียบและฟ้าใสที่สุด เหมาะกับลานริมหาดและการออกเกาะ กลางปีมีฝนเป็นระยะแต่ทะเลฝั่งนี้ยังสงบกว่าฝั่งอันดามัน ตุลาคมถึงธันวาคมเป็นมรสุมของฝั่งอ่าวไทย ฝนหนัก คลื่นลมแรง และลานบนหน้าผารับลมเต็มที่ ควรเลี่ยง ส่วนทะเลหมอกที่ดอยตาปังมีลุ้นมากในเช้าที่อากาศเย็นและชื้นหลังฝน
ลานบนผาแดงและริมหาดเป็นที่โล่ง ลมแรงและกลางวันร้อน ควรมีทาร์ปและสมอยึดที่แน่น มีน้ำดื่มให้บริการไม่ถึงหนึ่งในสี่ของลาน ควรนำไปเอง ที่หาดทุ่งยางสัญญาณมือถือแทบไม่มี การขึ้นดอยตาปังต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อของชุมชนเท่านั้น เพราะทางชันและเป็นทางวิบาก และมีอุปกรณ์ให้เช่าเพียงราวหนึ่งในสามของลาน ควรนำเต็นท์ไปเอง
ลานของอุทยานแห่งชาติราว 30 บาทต่อคน ลานเอกชนส่วนใหญ่ 100–150 บาทต่อคนต่อคืน สูงสุดในระบบราว 200 บาท
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ลานริมทะเลเกือบทั้งหมดอยู่บนฝั่งและขับรถถึง มีเพียงเกาะกุลาในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรที่ต้องนั่งเรือ
ได้บางแห่ง ราวหนึ่งในสี่ของลานรับสัตว์เลี้ยง ควรถามเจ้าของลานก่อนเดินทาง