ลานกางเต็นท์ของสงขลาไม่ได้อยู่ที่ชายหาด แต่อยู่ริมธารน้ำใสและน้ำตกในแนวเขารอบหาดใหญ่ จาก 9 แห่งในระบบมี 6 แห่งที่ลงเล่นน้ำได้ และ 4 แห่งอยู่ใกล้น้ำตก หลายแห่งเป็นที่พักผ่อนสุดสัปดาห์ประจำของคนหาดใหญ่
ลานเอกชนส่วนใหญ่เก็บ 150 บาทต่อคนต่อคืน อุทยานแห่งชาติ 30–80 บาท ทุกแห่งมีห้องน้ำ เกือบแปดในสิบมีไฟฟ้า และสองในสามมีอุปกรณ์ให้เช่า แต่มีที่อาบน้ำเพียงราวครึ่งเดียว
นับจากจุดกางเต็นท์ 9 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้






ลานริมลำธารน้ำตื้นใสเป็นแบบที่พบมากที่สุด เช่นแถบวังเจ้าคุณและคลองหิน เด็กเล่นน้ำได้ มีห่วงยางให้ล่อง และจอดรถใกล้ริมน้ำ ที่น้ำตกโตนปลิวมีลานริมสายน้ำกลางหุบเขา ทั้งแบบนำเต็นท์ไปเองและแบบเต็นท์พร้อมนอน ในเขตอำเภอหาดใหญ่มีบ้านสวนผลไม้ริมน้ำตกที่วังพา ถ้าอยากได้ป่าจริงจังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ซึ่งกางเต็นท์บนแคร่ไม้เหนือลำธาร และอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีที่สะบ้าย้อย ลานหญ้ากว้างสำหรับดูดาวและดูนก ส่วนริมทะเลสาบสงขลามีลานเล็ก ๆ รับลมริมน้ำ
กุมภาพันธ์ถึงเมษายนเป็นช่วงแล้ง ฟ้าใส และลำธารน้ำตื้นใสเหมาะกับเด็ก แต่ปลายแล้งน้ำบางสายอาจน้อย พฤษภาคมถึงกันยายนมีฝนเป็นระยะและน้ำตกมีน้ำดี ตุลาคมถึงธันวาคมเป็นช่วงฝนหนักของภาคใต้ฝั่งตะวันออก น้ำในลำธารขึ้นเร็ว ควรเลี่ยงลานริมธารช่วงนี้ วันเสาร์อาทิตย์ลานริมน้ำใกล้หาดใหญ่คนแน่น ควรจองล่วงหน้า
พื้นลานริมธารหลายแห่งเป็นทรายร่วนหรือทรายปนหิน ควรเตรียมสมอบกที่ยาวและแข็งแรง บางลานให้ต่อไฟได้แต่ต้องนำปลั๊กพ่วงไปเอง และห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงอย่างเตาไฟฟ้าหรือแอร์ มีน้ำดื่มให้บริการไม่ถึงครึ่ง และไม่มีลานไหนในระบบที่ระบุว่ารับสัตว์เลี้ยง ที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ลานกางเต็นท์อยู่คนละฝั่งลำธารกับที่ทำการ ต้องเดินข้ามสะพานแขวนหรือขับรถเข้าไปอีกฝั่ง
ลานเอกชนส่วนใหญ่ 150 บาทต่อคนต่อคืน อุทยานแห่งชาติ 30–80 บาทต่อคน ส่วนเต็นท์พร้อมนอนริมน้ำตกเริ่มที่ราว 900 บาทต่อคืน
ไม่ไกล ลานริมธารหลายแห่งเป็นที่เที่ยวประจำของคนหาดใหญ่ และอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างอยู่ห่างจากหาดใหญ่ไม่ถึง 80 กิโลเมตร
เหมาะ หลายลานอยู่ริมลำธารน้ำตื้นใสและมีห่วงยางให้เล่น แต่ควรดูแลเด็กใกล้ชิดและเลี่ยงช่วงฝนหนักที่น้ำขึ้นเร็ว