ระยองคือจังหวัดที่ให้เลือกได้ระหว่างป่ากับเกาะในทริปเดียวกัน ครึ่งหนึ่งของลานอยู่แถบแกลงและอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง อีกกลุ่มที่เป็นเอกลักษณ์คือลานบนเกาะเสม็ด ที่ทำให้การนอนเต็นท์ริมทะเลจริงๆ อยู่ห่างกรุงเทพฯ แค่สามชั่วโมงบวกเรือหนึ่งลำ
ค่าลานส่วนใหญ่ 100–250 บาทต่อคนต่อคืน ฝั่งป่าถูกกว่าและเงียบกว่า ส่วนบนเกาะราคาขยับตามทำเลติดหาดและต้องบวกค่าเรือกับค่าเข้าอุทยานฯ เข้าไปด้วย
นับจากจุดกางเต็นท์ 25 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้







โดนใจนักแคมป์
โดนใจนักแคมป์
โดนใจนักแคมป์
โดนใจนักแคมป์













ฝั่งแกลง–เขาชะเมาคือระยองที่คนไม่ค่อยรู้จัก ลำธารจากอุทยานฯ เลี้ยงลานร่มรื่นหลายแห่ง บรรยากาศเหมือนยกจังหวัดสายเขามาไว้ห่างทะเลไม่กี่สิบกิโล ส่วนเกาะเสม็ดคือประสบการณ์คนละแบบ ตื่นมาเปิดเต็นท์เจอทะเล เดินถึงร้านอาหารได้ แลกกับความเป็นส่วนตัวที่น้อยกว่าและกฎอุทยานฯ ที่ต้องเคารพ
พฤศจิกายนถึงเมษายนคือช่วงทะเลสวยของฝั่งตะวันออก เหมาะกับเสม็ดที่สุด ส่วนฝั่งป่าไปได้เกือบทั้งปี ปลายฝนธารน้ำแรงและป่าเขียวจัด หน้ามรสุมกลางปีคลื่นลมบนเกาะแรง เรือบางวันงดวิ่ง ให้ตามประกาศก่อนเดินทาง
เกาะเสม็ดเก็บค่าเข้าอุทยานฯ ที่ท่าเรือ และของบนเกาะแพงกว่าฝั่งพอสมควร ตุนน้ำและเสบียงจากบ้านเพก่อนลงเรือช่วยประหยัดได้มาก ฝั่งเขาชะเมาให้เคารพกฎอุทยานฯ เรื่องอาหารเพราะเป็นเขตช้างป่า และเก็บกลิ่นอาหารให้มิดชิดทุกคืน
ได้ มีทั้งลานของอุทยานฯ และลานเอกชนหลายจุด ดูรายชื่อและราคาได้จากหน้านี้ อย่าลืมบวกค่าเรือและค่าเข้าอุทยานฯ
ค่าลานใกล้กัน แต่ทริปเกาะแพงกว่าจากค่าเรือ ค่าเข้าอุทยานฯ และของบนเกาะ รวมแล้วต่างกันได้เท่าตัว
ไม่ต้องกังวลถ้าทำตามกฎ เก็บอาหารและขยะมิดชิด ไม่วางของมีกลิ่นไว้นอกเต็นท์ และฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่