อุตรดิตถ์มีลานในระบบเพียง 3 แห่ง แต่หนึ่งในนั้นคือภูสอยดาว ลานสนบนยอดเขาที่ทุ่งดอกหงอนนาคบานเป็นสีม่วงช่วงหน้าฝน อีกสองแห่งเป็นลานเอกชนที่เข้าถึงง่าย คือริมลำธารที่ท่าปลา และในป่าใกล้ตัวเมืองที่ลับแล
ค่าลานในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวเริ่มที่ 30 บาทต่อคน ลานเอกชน 150 บาทต่อคนต่อคืน ทั้งสามแห่งมีห้องน้ำและมีอุปกรณ์ให้เช่า
นับจากจุดกางเต็นท์ 3 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้
ภูสอยดาวเป็นทริปเดินเขา ลานกางเต็นท์อยู่บนลานสนซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปหลายชั่วโมงบนทางชัน ไม่ใช่ลานที่ขับรถถึง ที่ท่าปลาเป็นโฮมสเตย์ริมแก่งทรายงาม ลำธารล้อมด้วยภูเขา ลงเล่นน้ำได้ ส่วนที่ลับแลเป็นลานในป่าไม่ไกลจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ เหมาะกับคนที่อยากได้คืนสบาย ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล
ภูสอยดาวเปิดให้ขึ้นเป็นฤดู โดยทั่วไปตั้งแต่ราวกรกฎาคมถึงมกราคม ดอกหงอนนาคบานช่วงสิงหาคมถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ทางเดินลื่นที่สุดเช่นกัน ปลายปีอากาศหนาวและฟ้าเปิดกว่า ควรเช็กประกาศของอุทยานทุกครั้งก่อนไป ส่วนลานริมลำธารที่ท่าปลาน่าไปช่วงปลายฝนถึงหน้าหนาวที่น้ำยังมากและอากาศเย็น
ภูสอยดาวจำกัดจำนวนคนและต้องเตรียมตัวมากกว่าลานทั่วไป ทั้งรองเท้าเดินป่า เสื้อกันฝน และการจ้างลูกหาบถ้าของเยอะ ควรจองกับอุทยานล่วงหน้า ลานเอกชนสองแห่งเข้าถึงง่ายกว่ามาก และมีอุปกรณ์ให้เช่า ไปตัวเปล่าได้ อุตรดิตถ์อยู่บนเส้นทางรถไฟสายเหนือ จึงมาถึงตัวเมืองได้โดยไม่ต้องขับรถ
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวเริ่มที่ 30 บาทต่อคน ลานเอกชน 150 บาทต่อคนต่อคืน
ไม่ได้ ต้องเดินเท้าขึ้นลานสนบนทางชันหลายชั่วโมง และเปิดให้ขึ้นเฉพาะบางช่วงของปี
ได้ ทั้งสามแห่งในระบบมีอุปกรณ์ให้เช่า ควรติดต่อจองล่วงหน้า