น่านเป็นจังหวัดของคนที่ยอมขับไกลเพื่อวิว ลานเกือบทั้งหมดอยู่บนดอย มองลงไปเห็นทะเลหมอก นาขั้นบันได หรือแม่น้ำน่านที่โค้งไปมา จาก 27 แห่งในระบบมี 23 แห่งที่ขายวิวเป็นหลัก และเกินครึ่งชวนให้นอนดูดาวต่อหลังอาทิตย์ตก
ราคาแบ่งเป็นสองกลุ่มชัดเจน ลานในอุทยานแห่งชาติเก็บราว 30 บาทต่อคน ส่วนลานเอกชนและโฮมสเตย์บนดอยอยู่ที่ 150–300 บาทต่อคนต่อคืน เกือบทุกแห่งมีห้องน้ำและที่อาบน้ำ แต่มีไฟฟ้าให้ใช้ราวหกในสิบแห่งเท่านั้น
นับจากจุดกางเต็นท์ 28 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้

โดนใจนักแคมป์








โดนใจนักแคมป์

โดนใจนักแคมป์

โดนใจนักแคมป์









ฝั่งเหนือคือเส้นปัว–บ่อเกลือ มีลานของอุทยานแห่งชาติดอยภูคาอย่างลานดูเดือนริมถนนสาย 1256 แล้วลงไปถึงหมู่บ้านสะปันที่ลานเอกชนเรียงกันตามเนินเหนือทุ่งนา เลยขึ้นไปอีกคือบ้านเปียงซ้อในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นกลุ่มโฮมสเตย์บนสันเขาที่มองเห็นดอยภูแว ฝั่งใต้คืออำเภอนาน้อย มีดอยเสมอดาวและผาชู้ของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน กับอุทยานแห่งชาติขุนสถานที่อากาศเย็นเกือบทั้งปี ส่วนคนที่ไม่อยากขึ้นเขาไกล มีลานใกล้ตัวเมืองและริมลำน้ำว้าในอุทยานแห่งชาติแม่จริมให้เลือก
พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์คือช่วงหลัก อากาศบนดอยหนาวจริงและทะเลหมอกมาเกือบทุกเช้า ปลายฝนราวกันยายนถึงตุลาคมก็น่าไปไม่แพ้กัน นาข้าวที่สะปันและปัวเขียวจัด และบางลานบนยอดเขาได้หมอกหนากว่าหน้าหนาวเสียอีก หน้าร้อนอากาศแห้งและมีหมอกควัน วิวไกลจะไม่ชัดเท่าเดิม
น่านอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ ราว 670 กิโลเมตร และถนนขึ้นดอยอย่างสาย 1256 กับ 1081 เป็นทางเขาคดเคี้ยวต่อเนื่อง ควรเผื่อเวลาเดินทางในจังหวัดมากกว่าที่แผนที่บอก เติมน้ำมันให้เต็มที่ปัวก่อนเข้าบ่อเกลือ ลานบนดอยจำนวนมากเป็นแคร่หรือเนินเล็ก รับเต็นท์ได้จำกัด ช่วงวันหยุดยาวหน้าหนาวควรจองล่วงหน้า และเตรียมไฟส่องสว่างกับแบตเตอรี่สำรองเผื่อลานที่ไม่มีไฟฟ้า
ลานอุทยานแห่งชาติราว 30 บาทต่อคน ลานเอกชนและโฮมสเตย์บนดอยส่วนใหญ่ 150–300 บาทต่อคนต่อคืน
ได้ ราวหนึ่งในสามของลานมีเต็นท์หรืออุปกรณ์ให้เช่า และหลายแห่งที่เปียงซ้อกับสะปันเป็นโฮมสเตย์ที่มีห้องพักด้วย
อย่างน้อยสองคืน ระยะทางระหว่างโซนเหนือกับโซนใต้ใช้เวลาขับหลายชั่วโมง เลือกโซนเดียวต่อทริปจะสบายกว่า