อุบลราชธานีเป็นจังหวัดกางเต็นท์ริมน้ำ ไม่ใช่บนดอย ลานอยู่ตามริมแม่น้ำโขง ริมเขื่อนสิรินธร และข้างน้ำตกบนลานหิน หลายแห่งเป็นหาดทรายน้ำจืดที่กางเต็นท์ได้ถึงขอบน้ำ จาก 23 แห่งในระบบมี 5 แห่งที่ไม่เก็บค่ากางเต็นท์
ที่เหลือราคาเบา ลานในอุทยานแห่งชาติ 20–40 บาทต่อคน ลานเอกชนส่วนใหญ่ 100–150 บาทต่อคนต่อคืน ความสะดวกต่างกันมาก เจ็ดในสิบมีที่อาบน้ำ และราวสี่ในสิบมีไฟฟ้า ลานฟรีริมอ่างเก็บน้ำมักไม่มีอะไรเลยนอกจากพื้นที่
นับจากจุดกางเต็นท์ 23 แห่งที่แสดงในหน้านี้ เรียงตามจำนวนแห่งที่ระบุว่ามีให้























เขื่อนสิรินธรเป็นโซนที่สบายที่สุด มีลานริมน้ำและหาดทรายหลายแห่งแถบตำบลฝางคำ พายเรือและเล่นน้ำได้ ห่างจากตัวเมืองราว 70 กิโลเมตร ฝั่งโขงเจียมคืออุทยานแห่งชาติผาแต้ม ลานบนผาที่มองเห็นแม่น้ำโขงและฝั่งลาว มีผาโสกและน้ำตกโบกละครอยู่ในเขตเดียวกัน กับลานเอกชนบนหาดทรายริมโขง เหนือขึ้นไปที่เขมราฐมีแก่งช้างหมอบ ส่วนศรีเมืองใหม่เป็นโซนของคนชอบความเงียบ มีวนอุทยานน้ำตกผาหลวง น้ำตกโบกลึก และอ่างเก็บน้ำห้วยท่าแตงที่ไม่เก็บค่ากางเต็นท์
สองฤดูให้ภาพคนละแบบ หน้าฝนราวกรกฎาคมถึงตุลาคมคือช่วงของน้ำตก เพราะน้ำตกบนลานหินที่นี่มีน้ำเฉพาะหน้าฝน ส่วนหน้าแล้งตั้งแต่ธันวาคมเป็นต้นไป แม่น้ำโขงลดระดับจนหาดทรายและแก่งหินโผล่ เป็นช่วงของลานริมโขง หน้าหนาวเหมาะกับผาแต้มที่สุด อากาศเย็นและได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศ หน้าร้อนอุบลร้อนจัด ควรเลือกลานที่มีร่มไม้และลงน้ำได้
อุบลอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ กว่า 600 กิโลเมตร คนส่วนใหญ่บินหรือนั่งรถไฟมาแล้วเช่ารถต่อ ลานฟรีริมอ่างเก็บน้ำและน้ำตกไม่มีร้านค้าและบางแห่งไม่มีห้องน้ำ ต้องเตรียมน้ำ อาหาร และถุงขยะไปเอง ลานริมโขงช่วงหน้าแล้งอยู่บนหาดทราย กลางวันร้อนและไม่มีร่ม ควรมีทาร์ป และราวสามในสิบของลานมีอุปกรณ์ให้เช่า
มีลานฟรี 5 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 20–40 บาทต่อคน ลานเอกชนส่วนใหญ่ 100–150 บาทต่อคนต่อคืน
มีหลายแห่ง ทั้งหาดทรายริมเขื่อนสิรินธร น้ำตกในศรีเมืองใหม่ และหาดริมแม่น้ำโขงช่วงหน้าแล้ง
ส่วนใหญ่มีน้ำเฉพาะหน้าฝน ราวกรกฎาคมถึงตุลาคม ถ้าไปหน้าแล้งให้เลือกลานริมเขื่อนหรือริมโขงแทน